พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์: วีรบุรุษคนสุดท้ายของอาเซียน

พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์: วีรบุรุษคนสุดท้ายของอาเซียน

วันที่นำเข้าข้อมูล 14 มี.ค. 2559

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 31 ต.ค. 2564

| 7,453 view

พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์: วีรบุรุษคนสุดท้ายของอาเซียน


          วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สูญเสียปูชนียบุคคลที่สำคัญที่สุดท่านหนึ่งของประเทศ คือ พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อการต่างประเทศไทยและเป็นหนึ่งในห้าผู้ก่อตั้งอาเซียนที่มีชีวิตอยู่เป็นคนสุดท้าย การถึงแก่อสัญกรรมของท่าน ด้วยอายุ 101 ปีจะอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป เพราะท่านเป็นผู้หนึ่งที่หว่านเมล็ดพันธุ์ของความร่วมมือในภูมิภาคไว้เมื่อเกือบ 49 ปีที่แล้ว และเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวได้ผลิดอกออกผลเจริญเติบโตจนเป็น “ประชาคมอาเซียน” ในปัจจุบัน


          พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2457 ปีที่สงครามโลกครั้งที่ 1 เปิดฉากขึ้น และเติบโตมาในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความขัดแย้งและผันผวนมากที่สุดช่วงหนึ่ง ทั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 การปลดปล่อยอาณานิคม และสงครามเย็น ภาวการณ์ในภูมิภาคและโลกได้หล่อหลอมให้ท่านเป็นผู้ที่มีความฉลาดเฉลียว รอบคอบ เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ความรักชาติ และความมุ่งมั่นรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างถึงที่สุด


          ในยุคสงครามเย็น โลกแบ่งออกเป็น 2 ขั้วอำนาจ คือ โลกเสรีและโลกคอมมิวนิสต์ โดยมีภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญและสมรภูมิรบ พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่ปี 2502 ถึงปี 2514 จำเป็นต้องดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศอย่างแยบยล เพื่อไม่ให้ไทยต้องฝากชะตากรรมไว้กับประเทศที่อยู่ห่างไกลแม้จะเป็นพันธมิตร โดยท่านเชื่อว่า
ความเป็นปึกแผ่นในภูมิภาคและความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศในภูมิภาคจะช่วยให้เกิดสันติภาพ ความก้าวหน้า และความเจริญรุ่งเรืองที่แท้จริงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


          ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงผลักดันแนวคิดการส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค เพื่อสันติภาพของภูมิภาค โดยไม่ย่อท้อต่อ   อุปสรรค และความพยายามนี้ประสบผลสำเร็จในวันที่ 8 สิงหาคม 2510 เมื่อท่านได้เชิญรัฐมนตรีจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์มาร่วมลงนามในปฏิญญากรุงเทพ เพื่อก่อตั้ง “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” หรือ “อาเซียน” ซึ่งต่อมา สมาชิกภาพของอาเซียนขยายเป็น 10 ประเทศ โดยมีบรูไนดารุสซาลาม (2527) เวียดนาม (2538) สปป.ลาวและพม่า (2540) และกัมพูชา (2542) ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกตามลำดับ


          การก่อตั้งอาเซียนมีจุดมุ่งประสงค์แรกเริ่ม 2 ประการสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และการรักษาเสรีภาพและอธิปไตย เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย
ทางการเมือง การปกครอง ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจและปรองดอง


          แม้ภาวการณ์ของโลกได้เปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์และรากฐานของความร่วมมือที่ พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด
คอมันตร์ได้วางไว้ ยังคงมีความสำคัญยิ่งต่อความผาสุก ความมั่นคงและมั่งคั่งของภูมิภาคและโลกในปัจจุบัน ภายในเวลาไม่ถึง 50 ปี อาเซียนได้มีวิวัฒนาการจนเป็น “ประชาคมอาเซียน” ที่มีความร่วมมือที่ลึกซึ้งและมีผล
เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและโอกาสให้แก่ประชาชนทุกคน โดยจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง  โดยมีหลักการสำคัญ คือ การเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและยึดมั่นในกฎกติกา


          ประชาคมอาเซียนเป็นกระบวนการที่จะต้องพัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป แน่นอนว่า ประชาคมอาเซียนมีทั้งโอกาสและความท้าทายมากมาย ไม่แตกต่างจากการรวมตัวขององค์กรระดับภูมิภาคอื่น ๆ แต่กุญแจสำคัญของความสำเร็จของอาเซียน คือ เจตนารมณ์ทางการเมืองของสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ที่ตระหนักถึงผลประโยชน์ในระยะยาวของภูมิภาค แม้จะมีความหลากหลายและแตกต่าง เพราะเรามีเป้าหมายสุดท้ายเดียวกัน คือ ความสงบสุขและความเจริญที่ยั่งยืน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมิตรรอบบ้านก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน และการดำเนินความสัมพันธ์กับภายนอกภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ ด้วยความสมดุลบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมและความเคารพในความเป็นแกนกลางของอาเซียน


          ในวันแห่งประวัติศาสตร์การก่อตั้งอาเซียน พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด ได้กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่เราได้ตกลงกันในวันนี้เป็นเพียงแต่ชั้นแรกของผลสำเร็จที่เราหวังว่าจะเกิดขึ้นตามมาเป็นลำดับต่อเนื่องกัน ซึ่งจะนำความภูมิใจให้แก่เราเอง แก่ผู้ที่เข้ามาร่วมกับเราในกาลต่อไป และอนุชนรุ่นหลัง”


          อาจกล่าวได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยและบุคคลในแวดวงการต่างประเทศและอาเซียน ถือว่าท่านเป็นเสมือน “วีรบุรุษคนสุดท้าย” ของอาเซียนที่มีอายุที่ยืนยาวจนเห็นความเจริญเติบโตของอาเซียนมาเป็นลำดับ และเป็นผู้ที่แบ่งปันประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับอาเซียนให้แก่คนรุ่นหลัง


          บัดนี้ อาเซียนได้เติบโตขึ้นเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว เราเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจในมรดกชิ้นสำคัญที่ พันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ สร้างสรรค์ขึ้นและฝากไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง และเราจะสานต่อความสำเร็จนี้ต่อไปในอนาคตเพื่อให้ประชาคมอาเซียนมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอาเซียนและภูมิภาค

 

 

*********

 

โดย กรมอาเซียน

9 มีนาคม 2559

 

 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ